คอลลาเคนโกะ

คอลลาเจนบำรุงกระดูก

เช็กอาการเตือน “ข้อเข่า” เสื่อม

อายุมาก ปวดข้อเข่า

ข้อเข่าเสื่อม คือ การเสื่อมสภาพและสึกหรอของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า มักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวเข่าที่ช่วยในการพยุงหัวเข่าอ่อนแอลง ภาระการรับน้ำหนักจึงตกไปอยู่ที่ข้อเข่ามากขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวดข้อเข่า ปวดขาเวลาเดินหรือยืนนานๆ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินไปจนถึงจุดที่เดินไม่ไหวและมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

พฤติกรรมที่ทำให้เข่าเสื่อมเร็ว?

การที่เรามีพฤติกรรมเดิมๆ ทำซ้ำๆ ล้วนยิ่งทำร้ายข้อเข่า เช่น นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ นั่งยองๆ คลานเข่า คุกเข่า หรือเคยเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ การที่เรามีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เข่าต้องทำหน้าที่รับแรงกดกระแทกจากอิริยาบถในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน หรือนั่ง จะเห็นได้ว่าแพทย์มักแนะนำเรื่องควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์พอดีสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม

5 สัญญาณเตือน “ข้อเข่า” เสื่อม

1. ข้อเข่ามีเสียงกร๊อบแกร๊บ

ตามปกติแล้ว ระหว่างผิวกระดูกต้นขากับผิวกระดูกหน้าแข้งจะมีหมอนรองกระดูกที่คอยทำหน้าที่รับน้ำหนัก กระจายแรง ป้องกันไม่ให้ผิวกระดูกชนกันรองอยู่ ข้อต่อที่ข้อเข่าจึงเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น แต่ในผู้ที่มีอายุมากหรือเคยประสบอุบัติเหตุที่ข้อเข่าโดยตรง หมอนรองกระดูกเหล่านี้จะเสื่อมหรือค่อยๆ สึกกร่อนลง เมื่อหมอนรองกระดูกบางหรือสึกกร่อนจนหมดก็ทำให้ผิวกระดูกที่ข้อเข่าเสียดสีกันจนเกิดเสียงดังกร๊อบแกร๊บ

2. ข้อเข่าฝืดแข็ง

ข้อเข่าฝืดแข็งมักเกิดขึ้นในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือเมื่อนั่งในท่าเดิมนานๆ พอจะเปลี่ยนอิริยาบถ เหยียดขา งอเข่า หรือลุกขึ้นเดิน ก็ต้องใช้เวลายืดเหยียดข้อเข่าอยู่พักใหญ่ๆ อาการแบบนี้เกิดจากการที่น้ำหล่อเลี้ยงในข้อเข่าลดน้อยลง ทำให้การเคลื่อนไหวของหัวเข่าไม่ราบรื่นอย่างที่เคย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

3. ปวดเสียวภายในข้อเข่า

ความรู้สึกปวดเสียวในข้อเข่าเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก คือเกิดจากกล้ามเนื้อรอบๆ เข่ามีความตึงตัวสูง และเมื่อเกร็งค้างนานๆ จึงทำให้มีอาการปวด และอีกหนึ่งสาเหตุคือเกิดจากผิวกระดูกเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวด และการที่ผิวกระดูกเสียดสีกันจนเสียหาย กลไกของร่างกายอาจกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูกงอกขึ้นมาใหม่ จนทิ่มแทงเนื้อเยื่อรอบๆ เข่า ทำให้เกิดอาการปวดเข่าในที่สุด

4.ข้อเข่าติด

โดยปกติหัวเข่าของเราจะสามารถงอได้เต็มช่วง คือ พับเข่าได้สุด เหยียดเข่าได้สุด แต่หากเริ่มมีภาวะข้อเข่าเสื่อม เราจะไม่สามารถงอเข่าได้สุด ในบางรายอาจรู้สึกขัดๆ ในกระดูก ทำให้ไม่สามารถงอเข่าได้เต็มช่วง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ข้อเข่าติดนั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบเข่าอ่อนแรง ทำให้กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งทรุดตัวมาอยู่ชิดกันมากเกินไป เมื่องอเข่าจึงทำให้กระดูกขัดกัน

5.กล้ามเนื้อรอบหัวเข่าอ่อนแรง เมื่อยง่าย

จะเริ่มปวดเข่าตอนเคลื่อนไหว เช่น ขณะเดิน วิ่ง ขึ้นบันได ย่อข้อเข่า แต่อาการจะหายไปหรือดีขึ้นเมื่อทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ข้อเข่า และจะมีอาการปวดเข่าที่รุนแรงขึ้น บางครั้งอาจปวดมากในเวลากลางคืน มีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า ถ้าปล่อยให้เรื้อรังเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่งหลวมหรือบิดเบี้ยวผิดรูป จนกระทบต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน

วิธีรักษาอาการ “ข้อเข่า” เสื่อม

  1. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ได้แก่ รับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว ออกกำลังกายชนิดส่งแรงกระแทกข้อเข่าน้อยเป็นประจำ เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน เพื่อส่งเสริมให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้น
  2. ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เพื่อลดแรงกดบนข้อเข่า
  3. การฉีดยาหล่อเลี้ยงข้อเข่าในกรณีที่มีอาการปวดไม่มาก และการทำลายของกระดูกอ่อนยังไม่รุนแรง
  4. เติมคอลลาเจนชนิดที่ 2 ให้ข้อเข่า ด้วยการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดอาการปวดเข่าเพราะคอลลาเจนชนิดที่ 2 จะช่วยเพิ่มน้ำไขข้อต่อทำให้สามารถลดการเสียดสีของข้อเข่า ลดอาการปวดเข่า
  5. การฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและ กายภาพบำบัด

คอลลาเคนโกะคอลลาเจนเสริมแคลเซียมสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ที่มา

https://www.paolohospital.com
https://www.bumrungrad.com
https://www.vejthani.com

บริษัท เฮก้า (ประเทศไทย) จำกัด

เลขที่ 1 ซอยรามคำแหง 60/4 แขวงหัวหมาก
เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

ช่องทางติดต่อคอลลาเคนโกะ